
28
Oct
ญี่ปุ่น
tax refund ญี่ปุ่น2026
tax refund ญี่ปุ่น 2026 คืออะไร เปลี่ยนจากเดิมอย่างไร และเริ่มใช้เมื่อไหร่
ระบบการคืนภาษีแบบใหม่ของญี่ปุ่น จะเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการสำหรับการซื้อสินค้าตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป โดยเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ระบบเดิม (Pay-out / Instant Tax Exemption) นักท่องเที่ยวแสดงพาสปอร์ตที่ร้านค้าปลอดภาษี (Tax-Free Shop) เพื่อหักภาษีบริโภคออกทันทีตอนชำระเงิน และจ่ายเฉพาะราคาสินค้าที่ยังไม่รวมภาษี
ระบบใหม่ (Pay-back / Refund System) นักท่องเที่ยวต้องชำระเงินเต็มจำนวนตามราคาที่ "รวมภาษีบริโภคแล้ว" ณ ร้านค้า จากนั้นจึงนำสินค้าและหลักฐานการซื้อไปผ่านกระบวนการตรวจสอบของศุลกากร ณ ท่าอากาศยานหรือท่าเรือนานาชาติก่อนเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อขอรับเงินภาษีคืนในภายหลัง
ใครบ้างที่มีสิทธิ์ขอ Tax Refund ญี่ปุ่น
ผู้ที่มีสิทธิ์ขอคืนภาษีตามกฎหมายต้องเป็นผู้ที่ไม่ใช่พฤตินัยผู้พำนักในประเทศญี่ปุ่น (Non-Resident) และพำนักอยู่ชั่วคราวไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่เดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง
ข้อสำคัญ: ในขั้นตอนการซื้อสินค้า นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องพกพาสปอร์ตตัวจริงติดตัวไว้เสมอ เพื่อให้ร้านค้าบันทึกข้อมูลการซื้อสินค้าเชื่อมโยงกับระบบของกรมสรรพากรและศุลกากรญี่ปุ่น
เงื่อนไขยอดซื้อ และกลุ่มสินค้าที่ขอคืนภาษีได้
เงื่อนไขพื้นฐานของการซื้อสินค้าเพื่อขอคืนภาษียังคงกำหนด ยอดซื้อขั้นต่ำรวม 5,000 เยนขึ้นไป ต่อร้าน ต่อวัน (คำนวณจากราคาก่อนรวมภาษีบริโภค) โดยสินค้าที่สามารถขอคืนภาษีได้ครอบคลุมกลุ่มสินค้าทั่วไปและสินค้าสิ้นเปลือง เช่น
- สินค้าแฟชั่น: เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า นาฬิกา แว่นตา
- เครื่องสำอางและของใช้: สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ยา เครื่องสำอาง
- อาหารและเครื่องดื่ม: ขนม ของฝาก เครื่องดื่ม อาหารแห้ง
- เครื่องใช้ไฟฟ้า: กล้องถ่ายรูป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไอที เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดพกพา
- ของที่ระลึก: งานคราฟต์ สินค้าท้องถิ่น ของสะสม
ข้อยกเว้นสำคัญ: สินค้าบางประเภทไม่เข้าเงื่อนไขการขอคืนภาษี เช่น ทองคำแท่ง แพลทินัมแท่ง เหรียญทองคำ เหรียญแพลทินัม รวมถึงสินค้าได้รับการยกเว้นภาษีบริโภคอยู่แล้ว นอกจากนี้ สินค้าที่ซื้อจะต้องเป็นของที่ผู้ซื้อสามารถพกพาหรือจัดส่งออกนอกประเทศได้ด้วยตนเอง
เอกสารและหลักฐานที่ต้องใช้
1. พาสปอร์ตตัวจริง (ต้องมีตราประทับเข้าเมือง)
2. ใบเสร็จรับเงินฉบับจริงและหลักฐานการซื้อสินค้า
3. สินค้าที่ซื้อแบบ Tax-Free (ต้องอยู่ในสภาพพร้อมให้ศุลกากรตรวจเช็ก)
4. บัตรเครดิต บัญชีธนาคาร หรือช่องทางรับเงินคืนตามที่ระบบรองรับ
ขั้นตอนการขอคืนภาษีระบบใหม่
1. ช้อปปิ้งและชำระเงินที่ร้าน Tax-Free
แสดงพาสปอร์ตที่ร้าน จากนั้นชำระค่าสินค้าในราคาเต็มรวมภาษีบริโภค (Consumption Tax) และลงทะเบียนช่องทางสำหรับรับเงินคืนตามที่ร้านหรือผู้ให้บริการกำหนด เช่น บัตรเครดิต บัญชีธนาคาร หรือแอปพลิเคชัน พร้อมเก็บใบเสร็จและสินค้าทุกชิ้นไว้ให้ครบ
ข้อระวัง : สินค้าทุกชิ้นในใบเสร็จเดียวกันจะต้องอยู่ครบถ้วน ณ วันเดินทางออก หากสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่งในใบเสร็จสูญหาย แยกออก หรือถูกนำไปใช้ก่อน อาจส่งผลให้หมดสิทธิ์ขอคืนภาษีสำหรับใบเสร็จฉบับนั้นทั้งใบ
2. เตรียมตัวก่อนไปสนามบิน
ก่อนออกจากโรงแรม ให้เช็กพาสปอร์ต ใบเสร็จ และจัดแยกสินค้า Tax-Free ไว้ให้พร้อม หากต้องการนำสินค้าใส่กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลดใต้ท้องเครื่อง ควรเดินทางไปทำขั้นตอนตรวจสอบภาษีกับด่านศุลกากร ณ สนามบินก่อนทำการเช็กอินกระเป๋า
3. ผ่านขั้นตอนศุลกากรสนามบิน (Customs)
เมื่อถึงสนามบิน นำพาสปอร์ตไปสแกนที่เครื่อง Tax-free Procedure Terminal บริเวณจุดบริการศุลกากร ระบบจะแสดงผลการประมวลผล
สัญญาณไฟเขียว : หมายถึงผ่านขั้นตอนเรียบร้อย ไม่ต้องตรวจเช็กสินค้าเพิ่มเติม
สัญญาณไฟแดง : หมายถึงต้องนำสินค้าและใบเสร็จไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ณ เคาน์เตอร์ตรวจเช็กเพิ่มเติม
(สนามบินหลักบางแห่ง เช่น นาริตะ ฮาเนดะ คันไซ ชูบุ ชินชิโตเสะ ฟุกุโอกะ และนาฮะ สามารถใช้ระบบ Visit Japan Web หรือตู้บริการอัตโนมัติในการช่วยอำนวยความสะดวกได้)
4. รับเงินคืน
หลังผ่านขั้นตอนศุลกากรเรียบร้อยแล้ว ระบบจะดำเนินการคืนเงินภาษีตามช่องทางที่ลงทะเบียนไว้ เช่น คืนเข้าบัตรเครดิต โอนเข้าบัญชี หรือรับเงินสด ณ จุดบริการของสนามบิน ตามวิธีที่ผู้ให้บริการร้านค้านั้นๆ รองรับ
ข้อควรระวังในการซื้อของ Tax-Free ระบบใหม่
1. สังเกตสัญลักษณ์ร้านค้า เลือกซื้อเฉพาะร้านค้าที่เข้าร่วมระบบ Tax-Free เท่านั้น
2. พกพาสปอร์ตตัวจริงเสมอ ไม่สามารถใช้สำเนาหรือรูปถ่ายพาสปอร์ตแทนได้
3. ตรวจสอบยอดซื้อขั้นต่ำ ยอดซื้อต้องครบ 5,000 เยนขึ้นไป (ไม่รวมภาษี) ต่อร้าน ต่อวัน
4. ขนม เครื่องสำอาง หรือของใช้สิ้นเปลือง ห้ามแกะรับประทานหรือใช้ก่อนเดินทางออกจากญี่ปุ่น
5. เก็บรักษาใบเสร็จรับเงิน ใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานสำคัญ ห้ามทำสูญหาย
6. จัดแพ็กของให้ตรวจง่าย ควรแยกสินค้า Tax-Free ไว้ในตำแหน่งที่หยิบออกมาให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจเช็กได้สะดวก
7. ทำเรื่องคืนภาษีก่อนโหลดกระเป๋า หากนำสินค้าใส่ในกระเป๋าเดินทางแล้วโหลดใต้ท้องเครื่องไปก่อนโดยไม่ผ่านการตรวจ อาจทำให้เสียสิทธิ์การขอคืนภาษี
8. เผื่อเวลาเดินทางไปสนามบิน ระบบใหม่อาจใช้เวลาในขั้นตอนการสแกนและตรวจเช็กสินค้าเพิ่มขึ้น ควรเดินทางไปถึงสนามบินล่วงหน้าอย่างน้อย 3–4 ชั่วโมง
การปรับเปลี่ยนระบบ Tax Refund ญี่ปุ่นในปี 2026 แม้จะมีขั้นตอนเพิ่มขึ้นในวันเดินทางกลับ แต่หากมีการเตรียมความพร้อม วางแผนจัดเก็บสินค้า และเผื่อเวลาในการเดินทางไปยังสนามบินอย่างเหมาะสม การช้อปปิ้งและท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นก็จะยังคงได้รับความสะดวกสบายและคุ้มค่าอย่างเต็มที่
