เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 19.00 น.

Hotline

02-254-9334-8

เราช่วยคุณได้

@tourpro.co

Travel License : 11/10654

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

"โม่เหอ" เที่ยวจีนฤดูหนาว บุกหมู่บ้านซานตาคลอสแดนมังกร ไม่ต้องบินไกลถึงฟินแลนด์

31

Oct

จีน

"โม่เหอ" เที่ยวจีนฤดูหนาว บุกหมู่บ้านซานตาคลอสแดนมังกร ไม่ต้องบินไกลถึงฟินแลนด์

ใครว่าอยากเที่ยวหมู่บ้านซานต้าต้องบินไปถึงยุโรป? หน้าหนาวนี้ ปักหมุดด่วนที่ "โม่เหอ" เมืองเหนือสุดของจีน ดินแดนที่มี "หมู่บ้านซานตาคลอส" จากฟินแลนด์แห่งเดียวในเอเชียที่คุณจะได้เจอคุณลุงซานต้าตัวจริงมาเช็กอินถาวร! พบกับอันซีนที่ผสมผสานความดิบของป่าสนไซบีเรีย ฝูงกวางเรนเดียร์สุดน่ารัก และโอกาสล่าแสงเหนือหนึ่งเดียวในจีน จะเดินทางยังไง เที่ยวจุดไหนห้ามพลาด? ตามไปบุกแดนมังกรฤดูหนาวพร้อมกันในบทความนี้เลย

โม่เหอ (Mohe)

เมืองโม่เหอ ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือสุดของมณฑลเฮยหลงเจียง เป็นพรมแดนติดกับแคว้นอามูร์และแคว้นซาไบกัลสกีของรัสเซีย ซึ่งมีแม่น้ำอามูร์ไหลผ่านเป็นระยะทาง 245 กิโลเมตร หมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งเป็นชุมชนชาวจีนที่อยู่เหนือสุดและรู้จักกันในชื่อ "หมู่บ้านเป่ยจี" (北极村, แปลตรงตัวว่า "หมู่บ้านขั้วโลกเหนือ" หรือ "หมู่บ้านที่อยู่เหนือสุด") ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอามูร์ ในบางโอกาสที่หายากมากๆ สามารถมองเห็นแสงเหนือได้ 


วัฒนธรรมอาหารการกินเมืองโม่เหอ

เมืองโม่เหอ ได้รับอิทธิพลอาหารพื้นเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน (Dongbei Cuisine หรือ ตงเป่ยไช่) ผสมผสานกับวัฒนธรรมรัสเซียที่อยู่ติดกัน และถูกหล่อหลอมด้วยสภาพอากาศที่หนาวจัดถึงติดลบ 40-50 องศาเซลเซียส ทำให้อาหารของที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เน้นความอบอุ่น รสชาติเข้มข้น และให้พลังงานสูง เช่น ไก่ตุ๋นเห็ดป่า (Guo Bao Ji) ในสภาพอากาศที่หนาวเหน็บ อาหารยอดนิยมคือเมนูตุ๋นในหม้อเหล็กใบยักษ์ที่ตั้งอยู่บนเตาฟืนกลางโต๊ะ, ขนมปังดาลีปา (Daliba) ขนมปังอบชิ้นยักษ์สไตล์รัสเซีย, แป้งมันฝรั่ง เส้นหนึบตงเป่ย และผักกาดดอง (Suancai) ซึ่งเป็นผักที่เก็บไว้ทานได้ตลอดฤดูหนาว สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับมื้ออาหารในโม่เหอคือ เหล้าขาวจีน (Baijiu) และ เบียร์ฮาร์บิน ชาวบ้านนิยมดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณเล็กน้อยระหว่างมื้ออาหารเพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่นและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในค่ำคืนที่หนาวจัด

วิธีการเดินทางไปเมืองโม่เหอ

การเดินทางไปยังโม่เหอนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินทางมาถึงโดยผ่านเมืองฮาร์บินเมืองหลวงของมณฑลเฮยหลงเจียง
        ทางอากาศ:  เที่ยวบินตรงจากสนามบินฮาร์บินไท่ผิงไปยังสนามบินโมเหอกู่เหลียนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที
        เที่ยว บิน K5171 (แนะนำ): ออกเดินทางเวลา 12:05 น. ถึงเวลา 06:48 น. (+1 วัน)

        โดยรถไฟ:  สำหรับนักท่องเที่ยวเดินทางแบบไม่รีบและประหยัดงบ "Snow Country Train" คือตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
K7039:  ออกจากฮาร์บิน เวลา 17:18 น. ถึงเวลา 10:27 น. (+1 วัน)
คำแนะนำ:  การเดินทางโดยรถไฟใช้เวลาประมาณ 18 ชั่วโมง ควรจองที่นอนในตู้โดยสาร


เกร็ดความรู้

การเดินทางระบบขนส่งสาธารณะมีน้อยมากในพื้นที่ห่างไกลแห่งนี้
  • การเดินทางไปหมู่บ้านอาร์กติก:  มีรถโดยสารจากเมืองโมเหอ (เวลา 7:00 น., 10:30 น., 14:00 น.) แต่รถโดยสารจะไม่จอดที่จุดชมวิวระหว่างทาง
  • ตัวเลือกที่ดีที่สุด: เช่าเหมาลำ  ส่วนตัว การจ้างคนขับรถหรือเข้าร่วมกลุ่มทัวร์ขนาดเล็ก เป็นวิธีที่แนะนำอย่างยิ่งเพื่อให้เดินทางไปยังอ่าวหลงเจียงแห่งแรก หมู่บ้านเป่ยหง และอุทยานกวางเรนเดียร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้คุณอบอุ่นและไม่พลาดสถานที่ท่องเที่ยวที่ซ่อนอยู่ 

หมู่บ้านซานตาคลอสโม่เหอ

เดิมทีโม่เหอเป็นเมืองที่อยู่ "จุดเหนือสุดของประเทศจีน" มีอุณหภูมิที่เย็นจัดคล้ายคลึงกับประเทศฟินแลนด์ รัฐบาลจึงริเริ่มโครงการแลนด์มาร์กธีมคริสต์มาส โดยลงนามแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันให้ "หมู่บ้านซานตาครอส" ที่โม่เหอเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในเอเชีย นอกจากนี้รัฐบาลจากฟินแลนด์ยังได้ส่ง "ซานตาครอสตัวจริง" ให้มาอยู่ประจำที่บ้านซานต้าในโม่เหอ เพื่อทำหน้าที่ต้อนรับ แจกลายเซ็น และสร้างรอยยิ้มให้นักท่องเที่ยวตลอดหน้าหนาว
หมู่บ้านซานตาคลอส (Christmas Village) ถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นทางการและเปิดตัวในช่วง ปลายปี ค.ศ. 2010 ซึ่งได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากฟินแลนด์ หมู่บ้านแห่งนี้ประกอบไปด้วย บ้านพักซานตาคลอส (Santa Claus House), ที่ทำการไปรษณีย์คริสต์มาส, จัตุรัสคริสต์มาส รวมถึงลานจัดแสดงประติมากรรมหิมะขนาดใหญ่ และยังมีสวนกวางเรนเดียร์เอเวนกี อีกด้วย

บ้านพักซานตาคลอส (Santa Claus House)

เป็นแลนด์มาร์กที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดภายในหมู่บ้านซานตาคลอสโม่เหอ (Mohe Arctic Christmas Village) โดยบ้านหลังนี้จำลองรูปแบบสถาปัตยกรรมมาจากบ้านของซานตาคลอสที่เมืองโรวาเนียมี ประเทศฟินแลนด์ เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำงานอย่างเป็นทางการของซานตาคลอสในเอเชีย

ไฮไลต์ที่สำคัญ
  • พบซานตาคลอสตัวจริง: ภายในบ้านจะมี คุณลุงซานตาคลอส (Official Santa Claus) ที่ได้รับการฝึกฝนและรับรองอย่างเป็นทางการจากฟินแลนด์ หมุนเวียนมาประจำการอยู่จริงๆ สามารถเข้าไปทักทาย (พูดคุยภาษาอังกฤษได้) ขอลายเซ็น และถ่ายรูปคู่กับซานต้าได้
  • บรรยากาศเทพนิยายคริสต์มาส: ตัวบ้านเป็นบ้านไม้สองชั้นสไตล์ยุโรปเหนือ (Log House) ที่ตกแต่งอย่างอบอุ่นด้วยแสงไฟโทนส้ม ภายในมีเตาผิงจำลอง ถุงเท้าคริสต์มาส ต้นคริสต์มาสที่ประดับประดาอย่างสวยงาม และกล่องของขวัญมากมาย ตัดกับอากาศหนาวจัดติดลบด้านนอกตัวบ้าน
  • จุดถ่ายรูปเช็กอิน: นอกจากการถ่ายรูปคู่กับซานตาคลอสในบ้านแล้ว บริเวณหน้าบ้านพักมักจะถูกคลุมด้วยหิมะหนานุ่ม มีรถลากเลื่อน และกวางเรนเดียร์จำลอง (รวมถึงบางช่วงมีกวางเรนเดียร์ตัวจริงมาเดิน) ทำให้เป็นมุมถ่ายภาพที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ยุโรปเหนือมากที่สุดในประเทศจีน



เกร็ดความรู้

  • โดยทั่วไปบ้านพักซานตาคลอสจะเปิดให้เข้าชมพร้อมกับตั๋วเข้าหมู่บ้านซานตาคลอส (เวลาเปิด-ปิดหลักอยู่ช่วงประมาณ 08:30 - 16:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น แต่อาจมีการปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลและรอบเวลาพักของคุณลุงซานตาคลอส)
  • แนะนำให้เดินทางไปถึงในช่วงบ่ายแก่ๆ เพื่อที่หลังจากถ่ายรูปกับซานตาคลอสเสร็จแล้ว เมื่อเดินออกมาด้านนอก จะเริ่มมีการเปิดไฟประดับต้นคริสต์มาสรอบๆ บ้าน ซึ่งจะให้บรรยากาศที่โรแมนติกและสวยงามกว่าตอนกลางวัน

ที่ทำการไปรษณีย์คริสต์มาสที่โม่เหอ (Mohe Christmas Post Office)


หรือที่รู้จักกันอย่างเป็นทางการในชื่อ "ที่ทำการไปรษณีย์เหนือสุดของจีน" (China's Northernmost Post Office) เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กยอดฮิตระดับตำนานที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเป่ยจี (Beiji Village)

ไฮไลต์ที่สำคัญ
  • ระบบไปรษณีย์ที่ใช้งานได้จริงในจุดเหนือสุด: ที่นี่ไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูปโชว์ แต่เป็น ที่ทำการไปรษณีย์จริงของสำนักงานไปรษณีย์แห่งชาติจีน ที่เปิดให้บริการส่งจดหมาย พัสดุ และโปสการ์ดไปยังปลายทางทั่วโลกได้จริงๆ (จดหมายจากที่นี่จะถูกส่งไปคัดแยกที่ฮาร์บินก่อนกระจายออกไป)
  • ตราประทับสุดพิเศษ: ไฮไลต์ที่ทุกคนห้ามพลาดคือการมาซื้อโปสการ์ด เขียนข้อความ แล้วนำไปให้เจ้าหน้าที่ปั๊ม "ตราประทับไปรษณีย์คริสต์มาสโม่เหอ" หรือตราประทับลายเกล็ดหิมะที่มีข้อความระบุว่าส่งมาจากจุดเหนือสุดของประเทศจีน ซึ่งถือเป็นของที่ระลึกที่มีคุณค่ามาก
  • บรรยากาศบ้านไม้คริสต์มาส: ตัวอาคารเป็นบ้านไม้ทรงกระท่อมยุโรป (A-frame log cabin) ที่คุมธีมสีเขียว-แดงสไตล์คริสต์มาส ภายในอบอุ่นด้วยฮีตเตอร์ มีการตกแต่งด้วยตุ๊กตาซานตาคลอส ต้นคริสต์มาส และตู้ไปรษณีย์สีเขียวเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ของจีน
  • พิกัดจำหน่ายของสะสม: นอกจากโปสการ์ดแล้ว ที่นี่ยังมีดวงตราไปรษณียากร (แสตมป์) รุ่นลิมิเต็ด, ซองจดหมายวันแรกจำหน่าย (First Day Covers) ของเมืองโม่เหอ และของที่ระลึกธีมฤดูหนาว/ซานตาคลอสให้สะสมมากมาย

เกร็ดความรู้

  • เตรียมปากกาลูกลื่นมาเอง: ในหน้าหนาวที่อากาศติดลบถึง -30°C ถึง -40°C ปากกาเจลหรือปากกาหมึกซึมทั่วไป หมึกจะแข็งตัวจนเขียนไม่ได้ แนะนำให้ใช้ปากกาลูกลื่นธรรมดาหรือเตรียมแผ่นแปะความร้อนมาอุ่นปากกาไว้
  • เผื่อเวลาส่ง: การส่งจดหมายหรือโปสการ์ดจากพื้นที่ห่างไกลอย่างโม่เหอกลับมายังประเทศไทย อาจใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนาน (ประมาณ 2-4 สัปดาห์ หรือบางครั้งอาจนานกว่านั้นในฤดูท่องเที่ยวที่มีปริมาณจดหมายหนาแน่นสูงถึงวันละ 4,000 กว่าชิ้น)

จัตุรัสคริสต์มาส (Christmas Square)


  • แลนด์มาร์กกลางแจ้งสีขาวโพลน: เป็นลานกว้างขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะหนานุ่มตลอดฤดูหนาว ตรงกลางจัตุรัสโดดเด่นด้วย "ต้นคริสต์มาสยักษ์" ที่จะประดับไฟหลากสีสันอย่างสวยงามตระการตาในยามค่ำคืน
  • สถาปัตยกรรมตะวันตก: รอบๆ จัตุรัสล้อมรอบด้วยอาคารไม้และกระท่อมสไตล์นอร์ดิกคลาสสิก รวมถึงโบสถ์คริสต์มาสจำลองขนาดเล็ก ซึ่งเมื่อเปิดไฟแสงสีส้มตัดกับสีขาวของหิมะแล้ว จะให้บรรยากาศราวกับเทพนิยายแฟนตาซี
ไฮไลต์ที่สำคัญ
  • การละเล่นสาดน้ำเดือด: กิจกรรมยอดฮิตที่ทุกคนต้องทำตรงลานกว้างนี้ คือการนำน้ำร้อนจัดสาดขึ้นฟ้าเป็นรูปครึ่งวงกลม ในอุณหภูมิติดลบจัด น้ำร้อนจะระเหยและกลายเป็นผลึกน้ำแข็ง/เกล็ดหิมะทันทีในอากาศ เกิดเป็นภาพถ่ายที่สวยงามแปลกตา
  • นั่งเลื่อนลากกวางเรนเดียร์/สุนัขลากเลื่อน: สัมผัสประสบการณ์นั่งรถเลื่อนหิมะโบราณลัดเลาะไปรอบๆ จัตุรัสและชายป่าสน

 ลานจัดแสดงประติมากรรมหิมะขนาดใหญ่ (Massive Snow Sculptures)

  • ศิลปะจากหิมะบริสุทธิ์: ในช่วงฤดูหนาว (ตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป) ศิลปินแกะสลักหิมะระดับมืออาชีพจะเนรมิตหิมะธรรมชาติให้กลายเป็นรูปปั้นขนาดมหึมา เช่น ปราสาทเทพนิยาย, ซานตาคลอสยักษ์, กวางเรนเดียร์ และตัวการ์ตูนต่าง ๆ
  • ต่างจากฮาร์บินอย่างไร?: แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่ยักษ์เท่ากับงานเทศกาลหิมะที่ฮาร์บิน (Harbin Ice and Snow World) แต่ข้อดีของโม่เหอคือ หิมะมีความบริสุทธิ์สูงมาก สะอาด ขาวเนียน และงานจัดแสดงท่ามกลางธรรมชาติป่าสนดั้งเดิม ทำให้ได้ฟีลที่ดูเป็นธรรมชาติและเงียบสงบกว่า ไม่แออัดเท่าฮาร์บิน

เกร็ดความรู้

แนะนำให้มาเดินชมประติมากรรมหิมะในช่วงบ่ายตั้งแต่ 15:00 น. เป็นต้นไป เพราะพระอาทิตย์ที่โม่เหอจะตกเร็วมาก (ประมาณ 15:30 - 16:00 น.ก็จะเริ่มมืดแล้ว) จะได้ชมทั้งความขาวโพลนของหิมะในตอนกลางวัน และอยู่ชมการเปิดไฟประดับประดา (Illumination) แสงสีตระการตาในช่วงค่ำได้ในรอบเดียว

สวนกวางเรนเดียร์เอเวนกี (Ewenki Reindeer Park)


เป็นหนึ่งในพิกัดท่องเที่ยวที่โรแมนติกและให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยายคริสต์มาสมากที่สุดในโม่เหอ ที่นี่ไม่ใช่แค่สวนสัตว์ทั่วไป แต่เป็นสถานที่บอกเล่าเรื่องราวของ ชนเผ่าเอเวนกี (Ewenki) ชนกลุ่มน้อยโบราณกลุ่มสุดท้ายในจีนที่ยังคงสืบทอดวิถีชีวิตการเลี้ยงกวางเรนเดียร์และการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผืนป่าไทกา (Taiga) มายาวนานหลายศตวรรษ

ไฮไลต์ที่สำคัญ
  • สัมผัสและป้อนอาหารกวางเรนเดียร์ตัวเป็นๆ: สามารถเดินเข้าไปท่ามกลางฝูงกวางเรนเดียร์ที่มีเขาเป็นกิ่งก้านสวยงามได้อย่างใกล้ชิด โดยสามารถซื้อ มอสแห้ง (Lichen) ซึ่งเป็นอาหารโปรดของกวางจากเจ้าหน้าที่ด้านหน้า (ราคาประมาณ 10-20 หยวน) มาใส่ตะกร้าเดินป้อนได้เลย น้องกวางที่นี่คุ้นเคยกับคนและน่ารักมาก
  • มุมถ่ายภาพฟีลยุโรปเหนือ/นอร์ดิก: สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางผืนป่าสนและต้นเบิร์ชธรรมชาติ เมื่อหิมะตกตลบคลุมผืนป่าจนเป็นสีขาวโพลน การได้ถ่ายรูปคู่กับกวางเรนเดียร์ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่จะให้มู้ดแอนด์โทนที่เหมือนอยู่แลปแลนด์ ประเทศฟินแลนด์ หรือไซบีเรีย
  • เรียนรู้วิถีชีวิตชนเผ่าโบราณ: ภายในสวนจะมีการจำลอง "คัวลัวจื่อ" (Cuoluozi) หรือกระโจมทรงกรวยคล้ายทีพีของอินเดียแดง ซึ่งทำจากไม้และหนังกวาง เป็นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของชาวเอเวนกี รวมถึงจัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้โบราณให้ได้ชม

เกร็ดความรู้

  • ระวังเขากวางช่วงผลัดขน: หากไปเที่ยวช่วงต้นฤดูหนาว เขากวางบางตัวอาจจะอยู่ในช่วงผลัดขนกวางเรนเดียร์ (Velvet) ซึ่งอาจมีรอยหรือเศษผิวหนังลอก ไม่ต้องตกใจ เป็นเรื่องธรรมชาติของสัตว์
  • เดินอย่างระมัดระวัง: ทางเดินในป่าสนจะเป็นหิมะทับถมและจับตัวเป็นน้ำแข็งลื่นๆ (Black Ice) แนะนำให้สวมรองเท้าลุยหิมะที่มีดอกยางลึกๆ หรือติด อุปกรณ์ตะปูกันลื่น (Ice Grips) ไว้ใต้รองเท้าจะช่วยให้เดินป้อนอาหารกวางได้อย่างมั่นใจไม่ลื่นล้ม
  • อย่าแหย่น้องแรง: แม้กวางจะเชื่อง แต่พวกมันจะเดินเข้าหาคนที่มีอาหารในมืออย่างรวดเร็ว หากมีเด็กเล็กไปด้วยควรดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เขาของกวางสะกิดโดนตัว

นอกจาก "หมู่บ้านซานตาครอส" แล้วยังมีปารกฎการณ์ที่ห้ามพลาดเช่นกันแต่โอกาสที่จะเจอนั้นน้อยมากนั่นคือ "แสงเหนือ" เพราะโม่เหอไม่ได้ตั้งอยู่ใต้แนววงแหวนแสงเหนือ (Auroral Oval) โดยตรงเหมือนแถบฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ หรือนอร์เวย์ การจะมองเห็นแสงเหนือที่โม่เหอได้ จึงมักจะต้องพึ่งปัจจัยเสริมคือ พายุสุริยะ (Solar Storm) ระดับแรง ที่ช่วยดันให้วงแหวนแสงเหนือขยายขอบเขตลงมาทางใต้จนถึงตอนเหนือของจีนและรัสเซีย ช่วงเวลาที่มีสิทธิ์ลุ้น ช่วงหน้าร้อนจะเป็น เดือน มิถุนายน-กรกฎาคม ส่วนหน้าหนาวจะเป็น เดือน ธันวาคม-มกราคม

หากสนใจโปรแกรมทัวร์จะเป็นทัวร์ ฮาร์บิน-โม่เหอ เป็นทัวร์ไปเที่ยวเมืองหิมะแบบ 2 สไตล์ หากสนใจ คลิก

ขอบคุณรูปภาพจาก Meetawee


จำนวนผู้เข้าชม 16 ครั้ง