
06
Nov
จีน
ตามรอยตำนานสี่พี่น้อง: ภูเขาสี่ดรุณี (Siguniangshan) กับความงาม 4 ฤดูที่ไม่เคยซ้ำ
ถ้าใครกำลังมองหาพิกัดเที่ยวแบบธรรมชาติจัดเต็ม วิวอลังการระดับสิบ แถมยังถ่ายรูปมุมไหนก็รอด วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ ภูเขาสี่ดรุณี (Siguniangshan) หรือที่คนจีนเรียกกันติดปากว่า "ซื่อกูเหนียงซาน" กันค่ะ!
พิกัดนี้ตั้งอยู่ที่มณฑลเสฉวน ประเทศจีนนี่เอง และขอบอกเลยว่าเขาไม่ได้มาเล่นๆ เพราะได้ฉายาเก๋ๆ ว่า "สวิสเซอร์แลนด์แห่งตะวันออก" ด้วยนะ เพราะวิวของที่นี่คือยอดเขาหิมะสูงเสียดฟ้า ตัดกับทุ่งหญ้าสีเขียวแบบอัลไพน์ที่มองแล้วสบายตาสุดๆ แต่ความปังไม่ได้มีแค่นั้นครับ เพราะที่นี่เขามีเรื่องเล่าตำนานสุดซึ้ง แถมยังเที่ยวได้ครบทั้ง 4 ฤดู (Spring, Summer, Autumn, Winter) แบบสวยสับไม่ซ้ำกันเลยล่ะ!
ย้อนรอยตำนานหญิงสาวสี่พี่น้องแห่งซื่อกูเหนียงซาน
คำว่า "ซื่อกูเหนียงซาน" (四姑娘山) ในภาษาจีน แปลตรงตัวเลยก็คือ "ภูเขาหญิงสาวสี่คน" ค่ะ ซึ่งมาจากตำนานพื้นบ้านของชาวทิเบตที่เล่าต่อๆ กันมาว่า ในอดีตมีหญิงสาวสี่พี่น้องที่หน้าตาสวยงามและจิตใจดีมากๆ วันหนึ่งหุบเขาโดนปีศาจร้ายบุกรุกเพื่อทำลายผืนป่าและทำร้ายชาวบ้าน ทั้งสี่คนเลยยอมสละชีวิตตัวเอง กลายร่างเป็นภูเขาหิมะขนาดใหญ่สี่ลูกเพื่อยืนโอบกอดและปกป้องหุบเขาแห่งนี้เอาไว้ตลอดกาล
พอเรามองไปที่ยอดเขาในอุทยานปัจจุบัน เราก็จะเห็นยอดเขาหลักๆ 4 ลูก เรียงตามลำดับพี่น้องแบบนี้เลย:
- พี่สาวคนโต (ต้ากูเหนียงซาน): ยอดเขาที่เตี้ยที่สุด ลาดชันน้อยที่สุด เหมือนพี่สาวคนโตใจดีที่ใครๆ ก็เข้าหาได้ง่าย
- พี่คนรอง (เอ้อร์กูเหนียงซาน): ความชันและขยับสูงขึ้นมาอีกระดับ
- พี่คนสาม (ซานกูเหนียงซาน): ยอดเขาที่ทรงแปลกตาและเริ่มท้าทายสายลุย
- น้องสาวคนเล็ก (เย้ากูเหนียงซาน): สูงที่สุด (6,250 เมตรจากระดับน้ำทะเล) ทรงแหลมเป๊ะ สวยเด่นที่สุด และพีกสุดคือขึ้นชื่อเรื่องความชันจนได้ชื่อว่าเป็น "ราชินีแห่งภูเขาในเสฉวน" ใครเป็นสายปีนเขาบอกเลยว่ายอดนี้ปราบเซียนค่ะ!

มหากาพย์ความงาม 4 ฤดู สวยจนเลือกไม่ถูก!
ความสนุกของการเที่ยวภูเขาสี่ดรุณีคือ "สี่พี่น้อง" เขาจะเปลี่ยนชุดแต่งตัวไปตามฤดูกาลค่ะ ทำให้เราไปเที่ยวช่วงไหนก็จะได้ฟีลที่ต่างกันไปคนละแบบเลย
🌸ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) - สดชื่น ตื่นจากความหนาว
ช่วงเดือน: มีนาคม – พฤษภาคม
หลังจากผ่านหน้าหนาวโหดๆ หิมะบนเขาจะเริ่มละลายกลายเป็นธารน้ำใสๆ ไหลผ่านหุบเขา ทุ่งหญ้าที่เคยแห้งๆ จะกลับมาเป็นสีเขียวอ่อน และมีดอกไม้ป่าดอกเล็กๆ ค่อยๆ ผลิบาน บรรยากาศช่วงนี้จะชิลๆ โปร่งสบาย คนไม่แน่นมาก เหมาะกับสายสโลว์ไลฟ์สุดๆ

Credit by : 幼聪 戴 / Pexels

Credit by : wei wu / Pexels
🌿ฤดูร้อน (Summer) - ทุ่งดอกไม้และป่าสีเขียวขจี
ช่วงเดือน: มิถุนายน – สิงหาคม
หน้าร้อนบนเขาไม่ได้ร้อนตับแลบเหมือนบ้านเรานะ แต่อากาศจะเย็นสบายกำลังดีเลย (ประมาณ 10-20 องศา) ผืนป่าและทุ่งหญ้าจะกลายเป็นสีเขียวชอุ่มขั้นสุด ตัดกับยอดเขาหิมะสีขาวด้านหลัง ไฮไลท์คือทุ่งดอกไม้ป่าหลากสีสัน ทั้งเหลือง ชมพู ม่วง ที่บานสะพรั่งเต็มไปหมด สายเดินเทรลถ่ายรูปรับรองว่าฟิน

Credit by : lxclb / Pixabay

Credit by : lxclb / Pixabay
🍂ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) - ช่วงเวลาทอง สีสันโรแมนติกสุดๆ
ช่วงเดือน: กันยายน – พฤศจิกายน
บอกเลยว่านี่คือ "ช่วงพีกที่สุด" ของภูเขาสี่ดรุณีเลยค่ะ! ใบไม้ทั่วยอดเขาจะพร้อมใจกันเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นเหลืองทอง ส้ม แดง แถมท้องฟ้าช่วงนี้จะใสและเคลียร์มาก ทำให้เราเห็นภาพยอดเขาหิมะสะท้อนเงาลงบนพื้นน้ำในทะเลสาบได้ชัดแจ๋วราวกับภาพวาด ถ่ายรูปมุมไหนก็ปัง ช่างภาพจองคิวกันแน่นช่วงนี้แหละ!

Credit by : Peter Xie / Pexels

Credit by : Oli Liao / Pexels
❄️ฤดูหนาว (Winter) - ดินแดนราชินีหิมะ ขาวโพลนสะใจ
ช่วงเดือน: ธันวาคม – กุมภาพันธ์
ใครเป็น Snow Lover ต้องมาหน้านี้เลย ทุกอย่างจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวโพลน น้ำตกตามหน้าผาจะจับตัวแข็งจนกลายเป็นน้ำตกน้ำแข็ง (Icefall) ขนาดใหญ่ ดูอลังการและลึกลับน่าค้นหามาก อากาศหนาวจัดแบบติดลบ แต่แลกกับวิวธารน้ำแข็งสวยๆ ถือว่าคุ้มค่ามากค่ะ

Credit by : lin2015 / Pixabay
เกร็ดความรู้
💡 ข้อแนะนำเพิ่มเติมจากคนวงใน
- ถ้าอยากได้รูปโปรไฟล์แต่งตัวแฟชั่นจัดเต็ม: แนะนำ ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) เสื้อโค้ทสีเอิร์ธโทนจะเข้ากับใบไม้สีทองสุดๆ
- ถ้ากลัวหนาวจนเที่ยวไม่สนุก: ควรตัด ฤดูหนาว (Winter) ออกไปก่อน เพราะบนเขาลมแรงและหนาวบาดผิวมาก
- ถ้ามีงบจำกัด: เลือกไปช่วง ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) จะประหยัดงบค่าทริปได้มากที่สุดค่ะ

พิกัดไฮไลต์ที่ต้องไปเช็กอินในหุบเขาซวงเฉียวโกว
สำหรับมือใหม่ จุดท่องเที่ยวที่สะดวกและสวยที่สุดคือ หุบเขาซวงเฉียวโกว (Shuangqiao Valley) เพราะในอุทยานมีรถบัสบริการ พาแวะตามจุดต่างๆ เดินง่าย ไม่เหนื่อยเกินไป โดยมีจุดห้ามพลาดตามนี้เลย:
- ทะเลสาบสี่ดรุณี (Riyue Mirror Lake): ทะเลสาบน้ำนิ่งกริบ ที่ทำหน้าที่เป็นกระจกบานยักษ์สะท้อนวิวยอดเขาและใบไม้เปลี่ยนสี
- ทุ่งหญ้าเหม่ยเล่อ (Meilemu Grassland): ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่มีฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ มีสะพานไม้ให้เดินทอดน่องเก๋ๆ และได้เจอฝูงจามรีด้วย
- ธารน้ำแข็งจินซา (Jinsha Curtain): จุดชมวิวน้ำตกขนาดใหญ่ ถ้ามาหน้าหนาวน้ำตกตรงนี้จะกลายเป็นน้ำแข็งย้อยๆ สวยแปลกตามาก
ทริคเล็กๆ ก่อนจัดกระเป๋าไปเจอสี่ดรุณี
1. เดินทางง่ายกว่าเดิมเยอะ: เดี๋ยวนี้จากตัวเมืองเฉิงตู (Chengdu) นั่งรถผ่านทางด่วนและอุโมงค์ใหม่ แป๊บเดียวประมาณ 3-4 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว จัดทริปสั้นแบบ 3 วัน 2 คืน ได้สบายมาก
2. ระวังโรคแพ้ความสูง (AMS): ยอดเขาที่นี่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3,000-4,000 เมตร เพราะฉะนั้นเวลาเดินให้ค่อยๆ เดิน ดื่มน้ำเยอะๆ และพกกระป๋องออกซิเจนหรือยาแก้แพ้ความสูงติดตัวไว้ด้วยนะ
3. แต่งตัวแบบเลเยอร์ (Layering): บนเขาสภาพอากาศแปรปรวนเดาใจยาก แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าซ้อนกันเป็นชั้นๆ จะได้ถอดออกหรือใส่เพิ่มได้ง่าย เพราะต่อให้ไปหน้าร้อน แต่อากาศตอนลมพัดมาก็แอบหนาวสั่นได้เหมือนกัน!
ไม่ว่าจะเลือกมาเที่ยว ภูเขาสี่ดรุณี (Siguniangshan) ในฤดูไหน สี่พี่น้องเขาก็พร้อมจะต้อนรับเราด้วยชุดธรรมชาติที่สวยแปลกตาไปคนละแบบค่ะ เป็นอีกหนึ่งพิกัดในจีนที่สวยคุ้มค่าตั๋ว และอยากให้ลองมาสัมผัสด้วยตาตัวเองดูสักครั้งจริงๆ !
