เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ :

09.00 - 19.00 น.

Hotline

02-254-9334-8

เราช่วยคุณได้

@tourpro.co

Travel License : 11/10654

หน้าแรก

/

บทความท่องเที่ยว

/

ปักหมุด หินสามวาฬ ที่เที่ยวบึงกาฬ Unseen โด่งดังระดับโลก กับความมหัศจรรย์ 75 ล้านปี

ปักหมุด หินสามวาฬ ที่เที่ยวบึงกาฬ Unseen โด่งดังระดับโลก กับความมหัศจรรย์ 75 ล้านปี

04

Nov

บึงกาฬ

ปักหมุด หินสามวาฬ ที่เที่ยวบึงกาฬ Unseen โด่งดังระดับโลก กับความมหัศจรรย์ 75 ล้านปี

หากจะพูดถึง ที่เที่ยวบึงกาฬ ที่สร้างปรากฏการณ์โด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศ และกลายเป็นภาพจำของความ Unseen Thailand คงไม่มีใครไม่นึกถึง “หินสามวาฬ” แลนด์มาร์กสุดอัศจรรย์ใจกลางผืนป่าภูสิงห์ ที่ผสานตัวตนระหว่างความลึกลับของธรรมชาติยุคดึกดำบรรพ์และความงดงามของทัศนียภาพยุคปัจจุบันได้อย่างลงตัว วันนี้เราจะพาทุกคนลัดเลาะเข้าป่า ไปทำความรู้จักกับประติมากรรมธรรมชาติชิ้นเอกชิ้นนี้กันค่ะ

🐋 ย้อนรอย 75 ล้านปี: กำเนิดทางธรณีวิทยาจากยุคไดโนเสาร์ครองโลก

ในทางวิทยาศาสตร์และธรณีวิทยา หินสามวาฬ ไม่ใช่หินที่เพิ่งเกิดขึ้นมาไม่กี่ร้อยปี แต่มีอายุเก่าแก่ย้อนไปถึง ยุคครีเทเชียสตอนปลาย (Late Cretaceous) หรือประมาณ 75 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหล่าไดโนเสาร์ยังคงตระเวนอยู่บนโลกใบนี้
ต้นกำเนิดของวาฬหินยักษ์เริ่มจากการสะสมตัวของตะกอนทราย กรวด และโคลนในสภาพแวดล้อมที่เป็นทางน้ำหรือทะเลทรายโบราณ ทับถมกันหนาแน่นจนกลายเป็นชั้น "หินทราย" (Sandstone) ต่อมาเมื่อหลายสิบล้านปีก่อน แผ่นเปลือกโลกเกิดการเคลื่อนตัวและชนกันครั้งใหญ่ ดันให้ชั้นหินทรายที่เคยอยู่ใต้ดินลึกยกตัวสูงขึ้นกลายเป็นภูเขาหินทรายขนาดใหญ่ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ "ภูสิงห์" นั่นเอง

🌬️ ลม ฝน แสงแดด: ช่างฝีมือธรรมชาติผู้หล่อหลอม "วาฬยักษ์"

รูปร่างโค้งมนละม้ายคล้ายปลาวาฬพ่อแม่ลูกสามตัวที่กำลังแหวกว่ายอย่างสง่างาม ไม่ได้เกิดจากการแกะสลักด้วยน้ำมือมนุษย์ แต่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า "การผุพังอยู่กับที่" (Weathering) ตลอดเวลานับล้านปี
เริ่มจากชั้นหินทรายเกิดรอยแตกแยกตามธรรมชาติ (Joints) จากการยกตัว จากนั้นน้ำฝน ลม และแสงแดด ก็ทำหน้าที่เป็นสิ่วและค้อน น้ำฝนที่มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ค่อยๆ กัดเซาะแซะร่องรอยแตกให้กว้างและลึกขึ้น ขณะเดียวกัน อุณหภูมิที่ร้อนจัดในตอนกลางวันและเย็นลงในตอนกลางคืน ทำให้ผิวหน้าของหินทรายขยายและหดตัวไม่เท่ากัน ผิวหินด้านนอกจึงค่อยๆ หลุดร่อนออกทีละชั้น (คล้ายกับการปอกเปลือกหัวหอม) เหลี่ยมมุมที่เคยเหลี่ยมคมจึงถูกขัดเกลาจนโค้งมน เรียบเนียน จนดูเหมือนหลังวาฬขนาดยักษ์อย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน

🌳 จากป่าปิดลึกลับ สู่แลนด์มาร์ก Unseen ระดับโลก

ในอดีต พื้นที่ภูสิงห์อยู่ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดของกรมป่าไม้ (เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู) เป็นผืนป่าที่สมบูรณ์และเข้าถึงได้ยาก ทราบกันดีเฉพาะกลุ่มเจ้าหน้าที่และพรานป่าท้องถิ่นเท่านั้น
จนกระทั่งในช่วงปี พ.ศ. 2558 - 2559 ทางจังหวัดบึงกาฬร่วมกับกรมป่าไม้และชุมชน ได้เข้ามาสำรวจเพื่อพัฒนาเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในชื่อ "ป่านันทนาการหินสามวาฬ" และทันทีที่มีการปล่อยภาพถ่ายมุมสูง (Bird's-eye view) จากโดรนออกสู่โลกโซเชียล ความอัศจรรย์ของ "ครอบครัววาฬหิน" ที่ประกอบไปด้วย “วาฬพ่อ วาฬแม่ และวาฬลูก” กำลังว่ายน้ำเคียงคู่กันไปท่ามกลางมหาสมุทรสีเขียวมรกตอันขจีของผืนป่าด้านล่าง ก็กลายเป็นไวรัลโด่งดังชั่วข้ามคืน ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในโครงการ Unseen New Chapters ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และดึงดูดสายตาของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกให้มาเยือน ที่เที่ยวบึงกาฬ แห่งนี้

🌅 สัมผัสแสงแรกและทะเลหมอก บนหลังวาฬยักษ์

ไฮไลต์ที่ทำให้การมาเยือน หินสามวาฬ สมบูรณ์แบบที่สุด คือการตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อมารอชม พระอาทิตย์ขึ้น บนหลังหินวาฬพ่อ (ซึ่งเป็นจุดที่กว้างที่สุดและนักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปถ่ายรูป)
เมื่อแสงแรกของวันค่อยๆ ทอประกายสีทองพ้นขอบฟ้า ภาพตรงหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นวิวพาโนรามา 360 องศาที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา คุณจะได้เห็นสายหมอกบางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือน้ำโขงอันเป็นเส้นกั้นพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศไทยและฝั่ง สปป. ลาว ลมหนาวเอื่อยๆ ที่พัดผ่านบนความสูงของหน้าผา จะช่วยเติมเต็มพลังใจและทำให้คุณรู้สึกคุ้มค่ากับทุกนาทีที่ออกเดินทาง
นอกจากตัวหินสามวาฬแล้ว ในอาณาเขตของภูสิงห์ยังมีจุดเช็กอินทางธรณีวิทยาที่น่าสนใจใกล้ๆ กัน เช่น หินหัวช้าง, กำแพงภูสิงห์, และประตูภูสิงห์ ซึ่งรถนำเที่ยวท้องถิ่นจะพาแวะชมตามเส้นทาง ทำให้การมาเที่ยวครั้งนี้ได้รูปภาพสวยๆ กลับไปเปลี่ยนโปรไฟล์เพียบแน่นอน

🚗 ข้อมูลการเดินทางและข้อควรรู้ก่อนปักหมุดเที่ยว

เพื่อให้ทริปชมความมหัศจรรย์ล้านปีของคุณราบรื่นและปลอดภัย นี่คือสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนเดินทางค่ะ:

• การเดินทางขึ้นสู่ยอดภู: ทางเจ้าหน้าที่ ไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ส่วนตัวขับขึ้นไปเอง เนื่องจากสภาพเส้นทางเป็นดินลูกรังและมีความลาดชันสูง โดยบริเวณทางเข้าจะมีบริการ รถกระบะขับเคลื่อน 4 ล้อ (โฟร์วีล) ของกลุ่มชาวบ้านท้องถิ่น คอยให้บริการนำเที่ยวในราคาเหมาคันละ 500 บาท (นั่งได้สูงสุด 10 คน) ซึ่งพี่คนขับจะนำทาง แวะตามจุดไฮไลต์ และทำหน้าที่เป็นตากล้องมือโปรช่วยหามุมถ่ายรูปสวยๆ ให้เราตลอดทริป
• อัตราค่าบริการเข้าชม: ชาวไทย 20 บาท (เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป เข้าชมฟรี) / ชาวต่างชาติ 100 บาท
• เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05:00 - 17:00 น. (แนะนำให้มาถึงจุดขายตั๋วช่วง 05:00 - 05:30 น. เพื่อให้ทันแสงแรกของพระอาทิตย์ขึ้น)

⛅ ช่วงเวลาที่ สวยงามและเหมาะที่สุดในการไปเที่ยวหินสามวาฬ

หินสามวาฬเป็นสถานที่ที่สามารถ ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งแต่ละฤดูกาลจะให้บรรยากาศและทัศนียภาพที่สวยงามแตกต่างกันออกไป

1. ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์) • ไฮซีซั่นที่สวยที่สุด 🌟

• บรรยากาศ: อากาศหนาวเย็นสบาย อุณหภูมิบนยอดภูสิงห์อาจลดลงต่ำถึง 12-15 องศาเซลเซียส ลมพัดเย็นฉ่ำ
• ไฮไลต์: เหมาะกับการขึ้นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นรับแสงแรกคู่กับ ทะเลหมอกหนานุ่ม ที่ลอยเหนือน้ำโขงอย่างชัดเจน ท้องฟ้าโปร่ง ถ่ายรูปสวยมาก
• ข้อควรรู้: เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุด โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์

2. ฤดูฝน (มิถุนายน – ตุลาคม) • ความเขียวขจีและ "วาฬว่ายในทะเลหมอก" 🌧️

• บรรยากาศ: ป่าไม้รอบๆ จะกลายเป็นสีเขียวชอุ่มชุ่มฉ่ำ อากาศสดชื่นและมีเสียงธรรมชาติรอบตัวชัดเจน
• ไฮไลต์: หลังฝนตกมักจะเกิด ทะเลหมอกและฝุ่นละอองน้อยมาก ให้ความรู้สึกเหมือนครอบครัววาฬกำลังว่ายน้ำอยู่กลางทะเลหมอกสีขาวและผืนป่าสีเขียวมรกต
• ข้อควรรู้: ทางเดินบนหินทรายจะมีความลื่นสูงมาก ต้องสวมรองเท้าที่มีดอกยางเกาะพื้นได้ดี และระมัดระวังตอนถ่ายรูปริมหน้าผาเป็นพิเศษ

3. ฤดูร้อน (มีนาคม – พฤษภาคม) • เที่ยวสบาย คนไม่แน่น ☀️

• บรรยากาศ: อากาศค่อนข้างร้อนในช่วงกลางวัน แต่ในตอนเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น อากาศบนยอดภูยังคงเย็นสบาย
• ไฮไลต์: ท้องฟ้าจะเปิดโล่งมาก ทำให้มองเห็นวิวแม่น้ำโขงและทิวเขาฝั่ง สปป.ลาว ได้ไกลและชัดเจนแบบพาโนรามา ข้อดีคือคนไม่เยอะ ถ่ายรูปได้สบายๆ ไม่ติดคนอื่น
• ข้อควรรู้: ควรพกครีมกันแดด แว่นกันแดด และหมวกไปด้วย เพราะแดดช่วงสายจะแรงมาก

เกร็ดความรู้

⏱️ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของวัน: ไม่ว่าจะไปฤดูไหน แนะนำให้ไปถึงจุดจำหน่ายตั๋วตั้งแต่ 05:00 - 05:30 น. เพื่อนั่งรถโฟร์วีลท้องถิ่นขึ้นไปให้ทัน ชมแสงแรกยามเช้าและพระอาทิตย์ขึ้นรอบ 06:00 น. บนหลังหินวาฬพ่อ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไวบ์ดีและฟินที่สุดของทริป

💡 ข้อแนะนำเพื่อความปลอดภัยในการท่องเที่ยว

เนื่องจากบริเวณหลังหินวาฬเป็นลานหินโล่งที่ยื่นออกไปกลางอากาศและไม่มีราวกั้น ขอบผามีความชันสูง นักท่องเที่ยวจึงควรเดินด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ขอบหินมากเกินไปเพื่อป้องกันการลื่นไถล และควรสวมใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่เกาะพื้นผิวได้ดี
หากคุณเป็นสายท่องเที่ยวธรรมชาติที่อยากสัมผัสพลังแห่งความยิ่งใหญ่ของโลกดึกดำบรรพ์ หินสามวาฬ แห่งนี้คือหนึ่งใน ที่เที่ยวบึงกาฬ ที่ต้องหาโอกาสมาปักหมุดชาร์จพลังชีวิต และบันทึกภาพความทรงจำระดับโลกนี้ด้วยตาตัวเองสักครั้ง!

จำนวนผู้เข้าชม 12 ครั้ง